ข้อมูลบริษัท

 

ประวัติ

        บริษัท ไทยแลนด์ไอออนเวิคส์ จำกัด จดทะเบียนก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2501 โดยเริ่มดำเนินธุรกิจด้านการผลิตแผ่นเหล็กชุบสังกะสีในประเทศ เพื่อทดแทนการนำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจากต่างประเทศเนื่องจากในขณะนั้นบริษัทเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แผ่นเหล็กชุบสังกะสีเป็นรายแรกของประเทศจึงได้รับการส่งเสริมการลงทุนภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนที่มีผลบังคับใช้อยู่ในเวลานั้นโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเป็นผู้รับรองการได้รับการส่งเสริมการลงทุนดังกล่าวแก่บริษัท

        ปี พ.ศ. 2535 บริษัทเข้าจดทะเบียนและดำรงสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นอกจากนั้นบริษัทยังได้ย้ายสถานประกอบการจากเดิมที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ไปอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากการขยายตัวของเขตเมืองและพื้นที่ที่ใช้อยู่อาศัยชั้นในในเขตกรุงเทพมหานคร ในครั้งนั้นบริษัทได้สร้างโรงงานใหม่และปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตเป็นกระบวนการผลิตแบบต่อเนื่องซึ่งทำให้บริษัทสามารถผลิตผลิตภัณฑ์แผ่นเหล็กชุบสังกะสีที่มีคุณลักษณะหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์

        ปี พ.ศ. 2537 บริษัทได้แปรสภาพจากบริษัทจำกัดเป็นบริษัทมหาชนจำกัดชื่อว่า “บริษัท ไทยแลนด์ไอออนเวิคส์ จำกัด (มหาชน)”และเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทเป็น 100,000,000 บาท

        ต่อมาในปี พ.ศ. 2538 บริษัทที่ได้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 1,000,000 หุ้นโดยการกระจายหุ้นให้แก่

        ผู้ถือหุ้นเดิมทำให้ทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วของบริษัทซึ่งจดทะเบียนต่อกระทรวงพาณิชย์มีจำนวนรวม 60,000,000 บาท นอกจากนี้บริษัทได้ผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาจนมีชื่อเสียงในการเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แผ่นเหล็กชุบสังกะสีและแผ่นเหล็กชุบสังกะสีเคลือบสีคุณภาพสูงภายใต้เครื่องหมายการค้าที่ “สามดาว” “หนึ่งดาว” เครื่องหมายการค้า“DDD” และ “TIW” เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคภายในประเทศและเพื่อส่งออกไปยังผู้บริโภคในประเทศเพื่อนบ้าน

        ปี พ.ศ. 2555 บริษัทได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ครั้งสําคัญ โดยมีการเข้าซื้อหุ้นของดร.ประสิทธิ์ กาญจนศักดิ์ชัย จากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมผ่านการเสนอซื้อแบบ Tender Offer ตามข้อกําหนดของสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งภายหลังการทํา Tender Offer ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2558 ดร.ประสิทธิ์ กาญจนศักดิ์ชัย ได้ถือหุ้นของบริษัทจํานวน 4,610,168 หุ้น เท่ากับร้อยละ 76.84

        วันที่ 24 เมษายน 2563 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 3/2563 มีมติอนุมัติปรับโครงสร้างตามแผนการโอนธุรกิจเดิมตามมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 โดยคณะกรรมการได้อนุมัติดำเนินการโอนธุรกิจเดิม ได้แก่ ธุรกิจผลิตผลิตภัณฑ์แผ่นเหล็กชุบสังกะสี และแผ่นเหล็กชุบสังกะสีเคลือบสีทั้งแบบแผ่นและแบบม้วน รวมทั้งสิทธิ หนี้สิน ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และความรับผิดใด ๆ รวมทั้งพนักงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเดิมให้แก่บริษัท ทีไอดับบลิว อินดัสตรี่ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทซึ่งบริษัทถือหุ้นร้อยละ 99.99

        วันที่ 9 มิถุนายน 2563 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2563 มีมติอนุมัติการเข้าทำธุรกรรมขายและเช่ากลับสินทรัพย์เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท ดังนี้

        1)  อนุมัติให้บริษัท ทีไอดับบลิว อินดัสตรี่ จำกัด ขายสินทรัพย์ที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ ที่ดิน อาคารและสิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักรอุปกรณ์ที่ใช้ในธุรกิจผลิตรวมถึงใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องให้แก่บริษัท ไทย คอนส์ แอนด์ บิลดิ้ง เมนูแฟ็คเจอริ่ง จำกัด (มหาชน) ในมูลค่า 250 ล้านบาท

        2)  อนุมัติให้บริษัท ทีไอดับบลิว อินดัสตรี่ จำกัด เข้าทำสัญญาเช่าทรัพย์สินตาม 1) จากบริษัท ไทย คอนส์ แอนด์ บิลดิ้ง เมนูแฟ็คเจอริ่ง จำกัด (มหาชน) เพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจผลิตผลิตภัณฑ์แผ่นเหล็กชุบสังกะสี และแผ่นเหล็กชุบสังกะสีเคลือบสีทั้งแบบแผ่นและแบบม้วน ในอัตราค่าเช่าตลอดอายุสัญญาเป็นจำนวนเงิน 80 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาเช่า 10 ปี และสามารถต่อสัญญาได้อีก 2 ครั้ง คราวละ 10 ปี โดยจ่ายค่าเช่าเป็นรายปีปีละ 8 ล้านบาท

        รายการทั้งสองรายการดังกล่าวข้างต้นเป็นรายการที่เข้าข่ายการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทจดทะเบียนตามที่กำหนดในรายการที่เกี่ยวโยงกันโดยมีบุคคลที่เกี่ยวโยงกันคือดร.ประสิทธิ์ กาญจนศักดิ์ชัย กรรมการและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท เป็นกรรมการและผู้มีอำนาจควบคุมในบริษัท ไทย คอนส์ แอนด์ บิลดิ้ง เมนูแฟ็คเจอริ่ง จำกัด (มหาชน)

        3)  อนุมัติให้บริษัทเข้าลงทุนในธุรกิจพลังงาน โดยให้บริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นร้อยละ 99.99 (บริษัท เดอะ โซล่าห์ อาเขต จำกัด จัดตั้งเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2563) เข้าลงทุนในหุ้นทั้งหมดของหุ้นสามัญของ 8 บริษัทในกลุ่มกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ได้แก่ (1) บริษัท สกาย โซล่าร์ รูฟ จำกัด (2) บริษัท สกาย โซล่าร์ พาวเวอร์ จำกัด (3) บริษัท เอ็นดับเบิลยู กรีน พาวเวอร์ จำกัด (4) บริษัท เอ็น ดับเบิลยู เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (5) บริษัท เอ็น ดับเบิลยู โซล่าร์ จำกัด (6) บริษัท ซันนี่ โซล่า จำกัด (7) บริษัท ซัน ลิงค์ พาวเวอร์ จำกัด (8) บริษัท โซล่าร์ ทาวน์ จำกัด จากบริษัท ลีฟวิง เอ็นเนอร์จี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ซีออยล์ จำกัด (มหาชน) ด้วยวิธีการรับโอนกิจการทั้งหมด (Entire Business Transfer) โดยมีมูลค่าซื้อขายรวม 215 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ตามประกาศที่เกี่ยวข้องของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน และคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

        ทั้งสามรายการข้างต้น ได้มีการดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2563

        วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 บริษัทได้รับหนังสือแจ้งความประสงค์เข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการโดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไข (Conditional Voluntary Tender Offer) จากคุณปาลีรัฐ ปานบุญห้อม (ผู้ทำคำเสนอซื้อ)  

        วันที่ 14 สิงหาคม 2563 สืบเนื่องจากการซื้อขายหุ้นระหว่างผู้ทำคำเสนอซื้อกับ ดร.ประสิทธิ์ กาญจนศักดิ์ชัย ทำให้โครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทมีการเปลี่ยนแปลง โดยคุณปาลีรัฐ ปานบุญห้อมเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท โดยถือหุ้นจำนวน 3,311,368 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 55.18 ของหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท โดยดร.ประสิทธิ์ กาญจนศักดิ์ชัย ยังคงถือหุ้นจำนวน 654,000 หุ้น หรือร้อยละ 10.90 ของหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท

        วันที่ 27 มกราคม 2564 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2564 มีมติอนุมัติการเข้าลงทุนในธุรกิจพลังงานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจของบริษัท ดังนี้

        1)  เข้าซื้อหุ้นของบริษัท วินชัย จำกัด จำนวน 2,598,750 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 26.25 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดในราคารวม 660 ล้านบาท จากคุณปาลีรัฐ ปานบุญห้อมหรือนิติบุคลที่คุณปาลีรัฐเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท โดยรายการดังกล่าวเข้าข่ายการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทจดทะเบียนตามที่กำหนดในรายการที่เกี่ยวโยงกัน

        2)  อนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัท โดยการตัดหุ้นสามัญที่ยังไม่ได้จำหน่ายออกจำนวน 13,050,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 73,050,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 60,000,000 บาท โดยการตัดหุ้นสามัญจดทะเบียนที่ยังมิได้ออกจำหน่ายจำนวน 1,305,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท

        3)  อนุมัติลดทุนจดทะเบียนของบริษัทโดยการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้จากเดิมมูลค่าหุ้นละ 10.00 บาท เป็นมูลค่าหุ้นละ 0.5 บาท

        4)  อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน 10,000,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 60,000,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 70,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 20,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท

        5)  อนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวนไม่เกิน 20,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้นเดิม (Rights Offering) ที่ราคาเสนอขายหุ้นละ 9.10 บาท (หรือคิดเป็นราคาหุ้นก่อนการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ของหุ้นของบริษัทที่หุ้นละ 182 บาท) โดยจะเสนอขายในอัตราส่วน 6 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ โดยเศษของหุ้นให้ปัดทิ้ง

        6)  อนุมัติการเปลี่ยนแปลงชื่อของบริษัท ชื่อย่อหลักทรัพย์ ดวงตราของบริษัท ที่ตั้งสำนักงานใหญ่และเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงาน

        7)  พิจารณาอนุมัติแก้ไขข้อบังคับบริษัทเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายเกี่ยวกับการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์