ข้อมูลบริษัท

 

ประวัติ

           บริษัท ไทยแลนด์ไอออนเวิคส์ จำกัด จดทะเบียนก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2501 โดยเริ่มดำเนินธุรกิจด้านการผลิตแผ่นเหล็กชุบสังกะสีในประเทศ เพื่อทดแทนการนำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจากต่างประเทศเนื่องจากในขณะนั้นบริษัทเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แผ่นเหล็กชุบสังกะสีเป็นรายแรกของประเทศจึงได้รับการส่งเสริมการลงทุนภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนที่มีผลบังคับใช้อยู่ในเวลานั้นโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเป็นผู้รับรองการได้รับการส่งเสริมการลงทุนดังกล่าวแก่บริษัท

           ปี พ.ศ. 2537 บริษัทได้แปรสภาพจากบริษัทจำกัดเป็นบริษัทมหาชนจำกัดชื่อว่า “บริษัท ไทยแลนด์ไอออนเวิคส์ จำกัด (มหาชน)”และเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทเป็น 100,000,000 บาท

           วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 บริษัทได้รับหนังสือแจ้งความประสงค์เข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการโดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไข (Conditional Voluntary Tender Offer) จากคุณปาลีรัฐ ปานบุญห้อม (ผู้ทำคำเสนอซื้อ) ซึ่งยังไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท โดยผู้ทำคำเสนอซื้อแจ้งความประสงค์ว่ามีความประสงค์จะเข้าซื้อหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วจากผู้ถือหุ้นของบริษัท ภายใต้เงื่อนไขว่าผู้ทำคำเสนอซื้อจะยกเลิกการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์หากเมื่อสิ้นสุดระยะเวลารับซื้อแล้วมีผู้เสนอขายหุ้นจำนวนน้อยกว่าร้อยละ 55.18 ของหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท โดยกำหนดราคาเสนอซื้อที่ 181 บาทต่อหนึ่งหุ้นสามัญ โดยผู้ทำคำเสนอซื้อไม่มีความประสงค์จะเพิกถอนหลักทรัพย์ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

           วันที่ 27 มกราคม 2564 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2564 มีมติอนุมัติการเข้าลงทุนในธุรกิจพลังงานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจของบริษัท ดังนี้

           1)    เข้าซื้อหุ้นของบริษัท วินชัย จำกัด จำนวน 2,598,750 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 26.25 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดในราคารวม 660 ล้านบาท จากคุณปาลีรัฐ ปานบุญห้อมหรือนิติบุคคลที่คุณปาลีรัฐเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท โดยรายการดังกล่าวเข้าข่ายการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทจดทะเบียนตามที่กำหนดในรายการที่เกี่ยวโยงกัน

           2)    อนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัท โดยการตัดหุ้นสามัญที่ยังไม่ได้จำหน่ายออกจำนวน 13,050,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 73,050,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 60,000,000 บาท โดยการตัดหุ้นสามัญจดทะเบียนที่ยังมิได้ออกจำหน่ายจำนวน 1,305,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท

           3)    อนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัทโดยการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้จากเดิมมูลค่าหุ้นละ 10.00 บาท เป็นมูลค่าหุ้นละ 0.5 บาท

           4)    อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน 10,000,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 60,000,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 70,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 20,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท

           5)    อนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวนไม่เกิน 20,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้นเดิม (Rights Offering) ที่ราคาเสนอขายหุ้นละ 9.10 บาท (หรือคิดเป็นราคาหุ้นก่อนการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ของหุ้นของบริษัทที่หุ้นละ 182 บาท) โดยจะเสนอขายในอัตราส่วน 6 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ โดยเศษของหุ้นให้ปัดทิ้ง

           6)    อนุมัติการเปลี่ยนแปลงชื่อของบริษัท ชื่อย่อหลักทรัพย์ ดวงตราของบริษัท ที่ตั้งสำนักงานใหญ่และเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงาน โดยมีชื่อใหม่เป็น “บริษัท โนวา เอมไพร์ จำกัด (มหาชน)”

           7)    พิจารณาอนุมัติแก้ไขข้อบังคับบริษัทเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายเกี่ยวกับการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

           วันที่ 30 เมษายน 2564 ที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2564 มีมติอนุมัติการจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัท ทีไอดับบลิว อินดัสตรี่ จำกัด ให้กับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน คือ ดร.ประสิทธิ์ กาญจนศักดิ์ชัย ในราคาเท่ากับ 20,000,000 บาท ซึ่งเป็นราคาไม่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี โดยค่าตอบแทนสำหรับการจำหน่ายไปในครั้งนี้เป็นไปตามการตกลงร่วมกันระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย โดยอ้างอิงจากฐานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน และตัวเลขทางการเงินที่สำคัญ ซึ่งการจำหน่ายเงินลงทุนรายการนี้เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายและกลยุทธ์ในการดำเนินงานของบริษัท ในการรับมือกับผลกระทบจากผลการดำเนินงานที่ขาดทุนอย่างต่อเนื่องของธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แผ่นเหล็กชุบสังกะสี และแผ่นเหล็กชุบสังกะสีเคลือบสีทั้งแบบแผ่นและแบบม้วน อีกทั้ง สามารถลดภาระหนี้สินและดอกเบี้ยจ่ายจากวงเงินกู้ยืมของ บริษัท ทีไอดับบลิว อินดัสตรี่ จำกัด และสามารถเพิ่มโอกาสในการนำเงินทุนที่ได้รับไปลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ และมูลค่าที่บริษัทจะได้รับจากการเข้าทำรายการกับบุคคลเกี่ยวโยงในครั้งนี้ยังมีความเหมาะสม เนื่องจากเป็นราคาที่สูงกว่ามูลค่ายุติธรรม

           วันที่ 17 ธันวาคม 2564 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2564 มีมติอนุมัติการลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัท วินชัย จำกัด ผ่านการรับโอนกิจการทั้งหมด (Entire Business Transfer) จากบริษัท เดอะ แพลนเน็ต เอ็กซ์ โฮลดิ้ง จำกัด จำนวน 2,413,125 หุ้น มีมูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท หรือเป็นคิดร้อยละ 24.375 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัท วินชัย จำกัด โดยจะชำระค่าตอบแทนเป็นเงินสดจำนวนทั้งสิ้น 700,000,000 บาท (เจ็ดร้อยล้านบาทถ้วน) ทั้งนี้ ภายหลังธุรกรรมการรับโอนกิจการทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ทำให้บริษัทถือหุ้นในบริษัท วินชัย จำกัด รวมทั้งสิ้น จำนวน 5,011,875 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 50.625 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด การทำรายการครั้งนี้เป็นผลให้บริษัทมีแหล่งรายได้สม่ำเสมอและผลการดำเนินงานที่มั่นคงในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงมีอำนาจควบคุมในบริษัท วินชัย จำกัด เนื่องจากจะมีสถานะเป็นบริษัทย่อย ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทที่เน้นลงทุนด้านพลังงาน และลดความเสี่ยงจากการพัฒนาโครงการไม่สำเร็จหากเลือกที่จะลงทุนในโครงการอื่นที่ยังไม่มีการดำเนินการในเชิงพาณิชย์ ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนมกราคม 2565